รหัสโทรระหว่างประเทศ: ใช้อย่างไรและประเทศไหนคืออะไร

รหัสโทรระหว่างประเทศคืออะไร? ประเทศไหนใช้เลขอะไร? เรารวมไว้ให้แล้ว

Send money
รหัสโทรระหว่างประเทศ: ใช้อย่างไรและประเทศไหนคืออะไร

คุณอาจเคยได้ยินรหัสประเทศตอนโทรต่างประเทศ แต่… รู้จัก “รหัสโทรออกระหว่างประเทศ” หรือยัง?

คุณน่าจะเคยได้ยินเรื่อง country codes เวลาจะโทรต่างประเทศ แต่เคยได้ยินคำว่า international calling codes หรือไม่? นี่คือรหัสนำหน้าหรือรหัสโทรออกระหว่างประเทศที่ต้องใช้ก่อนรหัสประเทศ (country code) เวลาโทรข้ามประเทศ เพื่อให้ระบบโทรศัพท์เข้าใจว่าคำสั่งเป็นการโทรออกจากประเทศที่คุณอยู่จริง รหัสเหล่านี้ถูกใช้ก่อนรหัสประเทศ และช่วยระบุเส้นทางโทรออกระหว่างประเทศที่จำเป็น

ทีมงาน Remitly รวบรวมคู่มือนี้ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจว่ามันคืออะไร ใช้เมื่อใด และทำงานอย่างไร

วิธีโทรจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง

ทุกประเทศมี calling code (รหัสโทรออก) และ country code (รหัสประเทศเป้าหมาย) แยกกัน Calling code คือรหัสจำนวน 2–3 หลักที่คุณกดตอนแรก เพื่อบอกว่าโทรออกจากประเทศนั้น จากนั้นตามด้วย country code เพื่อระบุประเทศปลายทาง.

รหัสประเทศ vs รหัสโทรออกระหว่างประเทศ ต่างกันอย่างไร?

  • Country code ระบุเฉพาะประเทศนั้น ๆ (ตัวอย่าง: กัวเตมาลา = 502)

  • International calling code คือรหัสโทรออกประเทศ เช่น 00 หรือ 011 ขึ้นอยู่กับประเทศที่คุณอยู่

เหมือนตอนคุณอยู่ในโรงแรมที่ต้องกด “9” ก่อนเพื่อโทรออก นี่ก็คล้ายกัน — ต้องกด exit code ก่อน

ต้องกด ‘+’ เมื่อไร?

หากคุณอยู่ในประเทศที่ใช้เครือข่ายมือถือแบบ GSM คุณสามารถใช้สัญลักษณ์ + แทน calling code ได้:

แต่ถ้าโทรจากโทรศัพท์บ้าน (landline) อาจยังต้องกด exit code พิมพ์เป็นตัวเลขปกติ

วิธีโทรออกต่างประเทศแบบสมบูรณ์

ถ้าคุณจะโทรต่างประเทศ คุณต้องทราบทั้ง:

  1. รหัสโทรออกของประเทศที่คุณอยู่

  2. รหัสประเทศเป้าหมาย

  3. รหัสพื้นที่ (ถ้ามี)

  4. หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง

ตัวอย่าง: โทรจากแคนาดาไปเม็กซิโก

ตารางตัวอย่างรหัสประเทศและรหัสโทรออก (ส่วนหนึ่ง)

ประเทศ รหัสประเทศ รหัสโทรออก
Afghanistan 93 0
Albania 355 0
Algeria 213 0
Australia 61 11
Canada 1 11
Colombia 57 5
Indonesia 62 1
United States of America 1 11
Vietnam 84 0
… (ดูรายการฉบับเต็มในต้นฉบับ)

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: รหัสประเทศของสหรัฐฯ คืออะไร?
Country code: 1 • Calling code: 11

Q: มือถือกับโทรศัพท์บ้านใช้รหัสต่างกันไหม?
– บนมือถือ GSM ใช้ “+” ได้ แต่โทรศัพท์บ้านมักต้องกด exit code แบบตัวเลขเท่านั้น

Q: ส่งข้อความระหว่างประเทศต้องใช้รหัสเหมือนกันไหม?
– ใช่ หากส่งผ่านระบบดาวเทียม บางครั้งต้องเพิ่ม international dialing codes เช่นเดียวกับโทรศัพท์

Q: North American Numbering Plan (NANP) คืออะไร?
– ระบบโทรศัพท์ร่วมกันของ สหรัฐ แคนาดา เบอร์มิวดา และแคริบเบียน ใช้รหัส country code เดียวกัน ไม่ต้องใช้ exit code เมื่อโทรหากันเอง

Q: calling zones คืออะไร?
– แบ่งเป็น 9 โซน ตัวอย่างเช่น:

  1. โซน 1 – อเมริกาเหนือ (NANP)

  2. โซน 2 – แอฟริกา, Greenland, Faroe Islands, Aruba
    3–4. โซน ยุโรป

  3. โซน ละตินอเมริกา

  4. เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ & โอเชียเนีย

  5. รัสเซีย และพื้นที่ใกล้เคียง

  6. ญี่ปุ่น, จีน, ไต้หวัน

  7. โซนอื่นๆ

Q: โทรในประเทศต้องใช้รหัสโทรออกหรือเปล่า?
– ไม่จำเป็น มักใช้รหัสพื้นที่ (ถ้ามี) และหมายเลขภายในประเทศนั้น

Q: ใครกำหนดมาตรฐานเหล่านี้?
International Telecommunication Union (ITU) เป็นหน่วยงานในเครือสหประชาชาติที่จัดการเรื่องโทรคมนาคมระหว่างประเทศ

สรุป: โทรหาคนที่คุณรักได้จากทั่วโลก

  1. กด calling code (exit code) ของที่ที่คุณอยู่

  2. กด country code ของคนที่คุณจะโทรหา

  3. ใส่ area code (ถ้ามี)

  4. ป้อน หมายเลขปลายทาง

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถติดต่อกับใครก็ได้ในทั่วโลก

โอนเงินพร้อมโทรข้ามประเทศ

ถ้าคุณกำลังเดินทางและอยากโทรหาหรือโอนเงิน พร้อมกัน ลองใช้ Remitly — แอปโอนเงินระหว่างประเทศที่ รวดเร็ว ปลอดภัย โปร่งใส รองรับช่องทางรับเงินหลายรูปแบบ ดาวน์โหลดตอนนี้แล้วเริ่มใช้งานเลยครับ!

สิ่งพิมพ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และมิได้มีเจตนาที่จะครอบคลุมทุกแง่มุมของหัวข้อที่กล่าวถึงในที่นี้ อีกทั้งสิ่งพิมพ์ฉบับนี้มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ทดแทนการขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เนื้อหาที่ปรากฏในสิ่งพิมพ์ฉบับนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือคำแนะนำทางวิชาชีพด้านอื่นใดจาก Remitly หรือบริษัทในเครือ และไม่ควรถูกนำไปใช้เป็นหลักอ้างอิงในลักษณะดังกล่าว แม้ว่าเราจะมุ่งมั่นที่จะรักษาข้อมูลในบทความของเราให้มีความทันสมัยและถูกต้องแม่นยำอยู่เสมอ แต่เราไม่อาจรับรอง รับประกัน หรือยืนยันในลักษณะอื่นใดได้ว่าเนื้อหาดังกล่าวมีความถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือเป็นปัจจุบัน

เกี่ยวกับ Remitly

Remitly มีพันธกิจที่จะทำให้การโอนเงินระหว่างประเทศรวดเร็วยิ่งขึ้น ง่ายดายยิ่งขึ้น โปร่งใสยิ่งขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายยิ่งขึ้น นับตั้งแต่ปี 2011 ผู้คนนับล้านได้เลือกใช้ Remitly เพื่อส่งเงินได้อย่างอุ่นใจไร้กังวล

เยี่ยมชมหน้าแรก ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของเรา หรือเข้าไปดูที่ศูนย์ช่วยเหลือ เพื่อเริ่มต้นใช้งาน